หน้าแรก ผู้เขียน โพสต์ของ กิตฺติเมธี ภิกขุ

กิตฺติเมธี ภิกขุ

4 โพสต์ 0 ความคิดเห็น

วันออกพรรษา

วันออกพรรษา  ประวัติวันออกพรรษา โดยเมื่อเทศกาลเข้าพรรษาได้ผ่านพ้นไปถึง 3 เดือน ก็จะเป็นช่วงเวลาของ "วันออกพรรษา" ซึ่งถือเป็นการสิ้นสุดระยะการจำพรรษา หรือออกจากการอยู่ประจำที่วัดในช่วงฤดูฝนตลอด 3 เดือนของพระภิกษุสงฆ์ โดย วันออกพรรษา ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ซึ่งเรียกอีกอย่างว่า "วันมหาปวารนา" คำว่า "ปวารนา" นั้นแปลว่า อนุญาตหรือยอมให้ โดยในปีนี้ วันออกพรรษา ตรงกับวันที่ 19 ตุลาคม...

เรื่องของสังฆทานที่ญาติโยมอาจไม่รู้และเข้าใจผิด

เรื่องของสังฆทานที่ญาติโยมอาจไม่รู้และเข้าใจผิด สิ่งที่เรียกว่า การถวายทานนั้น แบ่งเป็น ๒ อย่าง คือ ปาฏิปุคคลิกทาน และ สังฆทาน ทานทั้ง ๒ อย่างญาติโยมพอจะทราบกันแล้วว่า สังฆทานให้อานิสงส์มากกว่าปาฏิปุคคลิกทาน จึงมุ่งทำสังฆทานกันมาก ทั้งก็ทราบว่าสังฆทานคือการถวายทานแก่ภิกษุสงฆ์ บางท่านได้ศึกษารู้ยิ่งไปกว่านั้นว่า "สงฆ์" คือภิกษุตั้งแต่ ๔ รูปขึ้นไปจึงเกิดเป็นเหตุให้เวลาจะถวายทานก็ต้องถวายกับพระภิกษุ ๔ รูปขึ้นไป ข้อนี้เองเป็นสิ่งที่ญาติโยมเข้าใจผิด เพราะไม่ได้ศึกษาคำสอนให้ลึกไปกว่านั้น จะได้ทราบรายละเอียดอื่นๆในสังฆทานที่ทรงสอนไว้ในส่วนของสังฆทานนั้นพระพทธเจ้าทรงตรัสสอนว่าคือทานที่ถวายสงฆ์แต่สงฆ์ที่ว่านี้คือภิกษุสงฆ์ทั้งหมด เพราะคำว่าสงฆ์แปลว่า "หมู่" ไม่ใช่พระภิกษุแค่ ๔ รูป และวัตถุทานที่ถวายแล้วนั้นก็จะได้แก่ภิกษุสงฆ์ทั้งหมดนี้เอง เช่นถวายแล้วก็เข้าเป็นส่วนกลางของวัดเป็นต้น ฉะนั้นการถวายทานจึงไม่ใช่มุ่งเอาถวายแก่ภิกษุ...

อานิสงส์แห่งการอุปัฏฐากภิกษุอาพาธ

อานิสงส์แห่งการอุปัฏฐากภิกษุอาพาธ พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า: “โย ภิกขเว มํ อุปฏฐเหยย โส คิลานํ อุปฏฐเหยย” "ผู้ใดปราถนาจะอุปปัฏฐากเราตถาคต ผู้นั้นพึงรักษาภิกษุป่วยไข้" การให้การพยาบาลหรือบำบัดโรคภัยไข้เจ็บของพระสงฆ์ เท่ากับการได้อุปัฏฐากพระพุทธองค์เลยทีเดียว ตามความเชื่อผู้คนส่วนมากแล้วมึความเชื่อและศรัทธาว่า " ถ้าหากผู้ใดที่ได้ถวายอาหารหรือสิ่งของต่อพระพุทธเจ้า ไม่ว่าจะเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า หรือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า บุญที่เกิดจากการถวายทานนั้น มีอานิสงส์มากจริงๆ ถึงขนาดผู้นั้นตั้งจิตอธิษฐาน ขอให้ได้เป็นสาวก หรือ อัครสาวก หรือ ปราถนาพุทธภูมิ ก็ได้สมดังใจปรารถนาเลย"ตามพระพุทธดำรัสที่กล่าวมาข้างต้นนั้น...

หน้าที่ครู

หน้าที่ครู คำว่า "ครู" แปลว่า ผู้ที่ศิษย์พึงเคารพ ครูที่ศิษย์น่าเคารพก็ต้องประกอบด้วยคุณสมบัติของครู มิฉะนั้น ก็จะเป็นครูแต่ชื่อ แต่หน้าที่ครูไม่สมบูรณ์ ครูมีคำกลางเปรียบเหมือนเรือจ้างคอยส่งคนข้ามฟาก สมัยก่อนใช้คนแจวเรือส่ง สมัยนี้ใช้เครื่องยนต์ประกอบแทนเรือแจว ทำให้เรือแล่นเร็วสะดวกขึ้นผู้ที่จะเป็นครู หรือที่เป็นอยู่แล้วก็ต้องพยายามปรับปรุงตนให้มีความรู้และความสามารถ ที่จะเป็นหรือเป็นครูที่ทันแก่กาละและเหตุการณ์ของโลกคือปรับปรุงตนให้ตื่น ให้มีความรู้รอบตัว จะได้สอนทันศิษย์และมีวิชาเหมาะแก่การสอนเข้าได้ พร้อมทั้งตั้งตนให้เป็นครูที่ดีของศิษย์ จึงสมควรจะทำหน้าที่ของครูให้ไพบูรณ์ มีดังนี้ ๑. แนะนำดี ๒. ให้เล่าเรียน ๓. สอนศิลปวิทยาให้สิ้นเชิง ไม่ปิดบังอำพราง ๔. ยกย่องให้ปรากฏในเพื่อนฝูงและประชาชน ๕....