หน้าแรก คอลัมน์ธรรมะ เรื่องของสังฆทานที่ญาติโยมอาจไม่รู้และเข้าใจผิด

เรื่องของสังฆทานที่ญาติโยมอาจไม่รู้และเข้าใจผิด

คือ ปาฏิปุคคลิกทาน และ สังฆทาน ทานทั้ง ๒ อย่างญาติโยมพอจะทราบกันแล้วว่า สังฆทานให้อานิสงส์มากกว่าปาฏิปุคคลิกทาน จึงมุ่งทำสังฆทานกันมาก ทั้งก็ทราบว่าสังฆทานคือการถวายทานแก่ภิกษุสงฆ์ บางท่านได้ศึกษารู้ยิ่งไปกว่านั้นว่า "สงฆ์"

1505
0
แบ่งปัน

เรื่องของสังฆทานที่ญาติโยมอาจไม่รู้และเข้าใจผิด

สิ่งที่เรียกว่า

การถวายทานนั้น แบ่งเป็น ๒ อย่าง

คือ ปาฏิปุคคลิกทาน และ สังฆทาน ทานทั้ง ๒ อย่างญาติโยมพอจะทราบกันแล้วว่า สังฆทานให้อานิสงส์มากกว่าปาฏิปุคคลิกทาน จึงมุ่งทำสังฆทานกันมาก ทั้งก็ทราบว่าสังฆทานคือการถวายทานแก่ภิกษุสงฆ์ บางท่านได้ศึกษารู้ยิ่งไปกว่านั้นว่า “สงฆ์” คือภิกษุตั้งแต่ ๔ รูปขึ้นไปจึงเกิดเป็นเหตุให้เวลาจะถวายทานก็ต้องถวายกับพระภิกษุ ๔ รูปขึ้นไป ข้อนี้เองเป็นสิ่งที่ญาติโยมเข้าใจผิด เพราะไม่ได้ศึกษาคำสอนให้ลึกไปกว่านั้น จะได้ทราบรายละเอียดอื่นๆในสังฆทานที่ทรงสอนไว้ในส่วนของสังฆทานนั้นพระพทธเจ้าทรงตรัสสอนว่าคือทานที่ถวายสงฆ์แต่สงฆ์ที่ว่านี้คือภิกษุสงฆ์ทั้งหมด เพราะคำว่าสงฆ์แปลว่า “หมู่” ไม่ใช่พระภิกษุแค่ ๔ รูป และวัตถุทานที่ถวายแล้วนั้นก็จะได้แก่ภิกษุสงฆ์ทั้งหมดนี้เอง เช่นถวายแล้วก็เข้าเป็นส่วนกลางของวัดเป็นต้น
ฉะนั้นการถวายทานจึงไม่ใช่มุ่งเอาถวายแก่ภิกษุ ๔ ขึ้นไปรูปเป็นประมาณแต่มุ่งเอาถวายเป็นส่วนกลางของสงฆ์ และผู้รับอาจไม่ใช่ภิกษุ ๔ รูปก็ได้แม้จะเป็นสามเณรรูปหนึ่งก็ตาม หากสามเณรรูปนั้นเป็นตัวแทนของสงฆ์และจิตของผู้ถวายก็น้อมไปในสงฆ์ การถวายทานนั้นก็ได้ชื่อว่าสังฆทานจิตของผู้ถวายที่น้อมไปในสงฆ์ กับผู้รับที่เป็นบุคคลที่สงฆ์กำหนดนี้เองจึงเป็นประมาณ เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้การถวายทานนั้น เป็นสังฆทาน 
จิตของผู้ถวายหากมิได้น้อมไปในสงฆ์ แม้ถวายแก่ภิกษุมากรูปเพียงใดการถวายทานนั้นก็เป็นได้เพียงปาฏิปุคคลิกทาน หาเป็นสังฆทานไม่เช่นถวายทานแด่พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ทั้งหลายมียศและตำแหน่งต่างๆแม้พวกท่านจะอยู่ในพิธีร่วมกัน เมื่อผู้ถวายมีจิตน้อมไปในตัวบุคคลว่าเราถวายทานแก่ท่านเจ้าอาวาสรูปนี้ แก่พระครูท่านนี้ แก่เจ้าคุณท่านนี้อย่างนี้การถวายนั้นก็เป็นเพียงปาฏิปุคคลิกทาน ไม่เป็นสังฆทาน  หากจิตของผู้ถวายน้อมไปในสงฆ์ แม้ถวายสามเณรที่เป็นตัวแทนสงฆ์เป็นบุคคลที่สงฆ์ให้ทำหน้าที่รับสังฆทานที่โยมตั้งใจถวายแด่สงฆ์การถวายทานนั้นก็ได้ชื่อว่าสังฆทาน เพราะจิตของผู้ให้น้อมไปในสงฆ์และผู้รับก็เป็นบุคคลของสงฆ์ สงฆ์เป็นผู้กำหนดให้ทำหน้าที่แท
ฉะนั้นญาติโยมทั้งหลายเมื่อจะถวายสังฆทาน อย่างถือความเชื่อผิดๆเช่นผู้รับไม่ครบองค์สงฆ์คือต้องเป็นพระภิกษุ ๔ รูปขึ้นไป ที่เห็นอยู่มีแค่ ๓ รูป ๒ รูป หรือรูปเดียวก็ตาม หรือพอเห็นว่าผู้รับสังฆทานเป็นสามเณรน้อยรูปหนึ่งก็จิตตกคิดว่าถวายทานแก่สามเณรแต่ควรที่จะเห็นว่าท่านเหล่านั้นเป็นบุคคลผู้เป็นตัวแทนสงฆ์แล้วทำจิตน้อมไปในสงฆ์แล้วถวายทาน นั้นจึงจะได้ชื่อว่าถงายสังฆทานและจะทำให้ได้รับอานิสงส์มากเพราะพระศาสดาตรัสว่าสังฆทานให้อานิสงส์มิอาจกำหนดนับประมาณได้…

มหาปัญโญภิกขุ

Comments

comments